pixel

พลังที่ซ่อนอยู่ของความรู้สึก

แม้จะเป็นแค่การเข้าใจผิด แต่ก็สร้างรอยแผลให้กับวันธรรมดา ๆ ของเด็ก ม. 1 คนหนึ่ง

ระหว่างที่กำลังเดินผ่านไปนั้น นักเรียนคนหนึ่งได้ยินคนอื่นพูดถึงตัวเองแล้วคิดว่ากำลังถูกว่าร้าย ส่งผลให้รู้สึกเจ็บปวด เกิดความคับแค้นใจ สร้างความขัดแย้ง และเช่นเดียวกับปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดในชั้นเรียนคือ ไม่ได้รับการแก้ไข

ปกติแล้ว นักเรียนคนนี้ก็คงกล้ำกลืนความเจ็บปวดนี้ไปตลอดวัน อดทนอยู่เงียบ ๆ ทั้งที่ความรู้สึกกำลังเกาะกินและถาโถมขึ้น ซึ่งสุดท้ายแล้ว นักเรียนคนนี้อาจลดการมีส่วนร่วมในชั้นเรียน ปิดกั้นตัวเองจากครูผู้สอน และการเรียนถดถอย

แต่นี่ไม่ใช่ชั้นเรียนยุคเก่า นี่เป็นชั้นเรียนที่นำซอฟต์แวร์เข้ามาใช้เป็นช่องทางให้นักเรียนเช็คอินกับครูผู้สอนเพื่อบอกความรู้สึกของตัวเองได้ ด้วยเหตุนี้เอง เด็ก ม. 1 คนนี้จึงมีวิธีเปิดใจกับครูผู้สอนว่ากำลังรู้สึกเจ็บปวด และที่สำคัญไปกว่านั้นคือครูผู้สอนก็ได้รู้ว่ามีสาเหตุมาจากอะไร

ภายในสามนาที ความรู้สึกเหล่านั้นก็เป็นที่รับรู้ มีการขอโทษกันและกัน และปัญหาก็ได้รับการแก้ไข นักเรียนต่างก็ได้ฝึกบริหารความรู้สึกและความสัมพันธ์ของตัวเองด้วยความรู้ความเข้าใจ ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะครูผู้สอนถามไถ่ว่า “เป็นยังไงบ้าง”

วันนี้คุณรู้สึกอย่างไร

พบกับ Feelings Monster ในตัวคุณโดยเลือกอารมณ์ด้านล่าง

Skip emotion selections
1/3

อารมณ์มีผลต่อตัวคุณมากกว่าที่คุณรู้

อารมณ์ชี้นำการตัดสินใจในแต่ละวันของเราและทำให้เราทราบบริบทของทุกสถานการณ์ อารมณ์มีอิทธิพลต่อวิธีที่เรารับรู้และโต้ตอบกับคนรอบข้าง และที่สำคัญคือมีอิทธิพลต่อวิธีที่เรามองตัวเอง อารมณ์เชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับความทรงจําและเติมความหมายให้กับช่วงเวลาต่าง ๆ ในชีวิตของเรา

แม้ว่าเราทุกคนต่างก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึก แต่หลาย ๆ คนไม่เข้าใจว่าอารมณ์มีผลต่อตัวเราเองอย่างไร บ่งบอกถึงอะไร และจะประเมินได้อย่างไร ซึ่งไม่แปลกเพราะอารมณ์มีความซับซ้อนมากกว่าแค่แบ่งว่ากำลังสุขหรือเศร้า นักวิจัยเชื่อว่าคนเรามีอารมณ์ที่แตกต่างกันอย่างน้อย 27 อารมณ์ 1 (ที่อาจผสมปนเปกันในหลากหลายระดับ)

ถึงกระนั้น มีคนมากมายที่ไม่มีได้โอกาสเรียนรู้ว่าควรทำอย่างไรเพื่อให้บริหารความรู้สึกรอบตัวเราที่เปลี่ยนไปอยู่เสมอได้อย่างประสบความสำเร็จ


93%

ของครูผู้สอนต้องการให้ความสำคัญกับ SEL ในโรงเรียนมากขึ้น 2

80%

ของครูผู้สอนเชื่อว่าอารมณ์เชิงบวกมีส่วนสําคัญอย่างยิ่งต่อความสําเร็จด้านการศึกษา 3

ทุกอย่างเกี่ยวพันกับความฉลาดทางอารมณ์

ความฉลาดทางอารมณ์คือความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ และบริหารความรู้สึกของตนเองไปพร้อม ๆ กับเข้าใจและนึกถึงหัวอกของผู้อื่น ผู้ที่มีความฉลาดทางอารมณ์สูงมักพร้อมที่จะรับมือกับอุปสรรคที่พบเจอ ไม่ว่าจะในชีวิตส่วนตัวหรือในอาชีพการงาน

เพราะความฉลาดทางอารมณ์คือปัจจัยสำคัญของความสำเร็จ จึงอาจเข้าใจผิดได้ง่าย ๆ ว่ามีคนมากมายที่สามารถบ่งชี้อารมณ์ของตัวเองได้เสมอ แต่หลักฐานที่พบชี้ให้เห็นว่ามีคนแค่ประมาณ 36% เท่านั้นที่ทําได้ 4

ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ ครูผู้สอนและนักจิตวิทยาหลายคนเชื่อว่าปัญหาอยู่ที่จังหวะเวลา โดยหากได้รับการปลูกฝังเร็ว ก็จะยิ่งมีแนวโน้มสูงขึ้นที่จะพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ ข้อมูลเชิงลึกนี้ส่งผลให้ระบบโรงเรียนจำนวนมากหันมาเน้นพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ทางอารมณ์และสังคม (Social-Emotional Learning หรือ SEL) กันมากขึ้น

“SEL เป็นกระบวนการที่เยาวชนและผู้ใหญ่ทุกคนเรียนรู้และใช้ความรู้ ทักษะ และเจตคติเพื่อพัฒนาอัตลักษณ์ที่ดี จัดการอารมณ์ได้ รวมทั้งบรรลุเป้าหมายส่วนตัวและเป้าหมายร่วม รู้สึกและแสดงความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น สานและรักษาความสัมพันธ์ที่เกื้อกูล ตลอดจนตัดสินใจอย่างมีความรับผิดชอบและห่วงใยผู้อื่น” 5
– Casel.org

เมื่อหลักสูตร SEL เป็นที่ต้องการมากขึ้น ความต้องการใช้เครื่องมือที่ช่วยให้ครูผู้สอนและนักเรียนปรับใช้ SEL ได้ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ ครูผู้สอนและนักจิตวิทยาหลายคนเชื่อว่าปัญหาอยู่ที่จังหวะเวลา โดยหากได้รับการปลูกฝังเร็ว ก็จะยิ่งมีแนวโน้มสูงขึ้นที่จะพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ ข้อมูลเชิงลึกนี้ส่งผลให้ระบบโรงเรียนจำนวนมากหันมาเน้นพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ทางอารมณ์และสังคม (Social-Emotional Learning หรือ SEL) กันมากขึ้น

“SEL เป็นกระบวนการที่เยาวชนและผู้ใหญ่ทุกคนเรียนรู้และใช้ความรู้ ทักษะ และเจตคติเพื่อพัฒนาอัตลักษณ์ที่ดี จัดการอารมณ์ได้ รวมทั้งบรรลุเป้าหมายส่วนตัวและเป้าหมายร่วม รู้สึกและแสดงความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น สานและรักษาความสัมพันธ์ที่เกื้อกูล ตลอดจนตัดสินใจอย่างมีความรับผิดชอบและห่วงใยผู้อื่น” 6
– Casel.org

เมื่อหลักสูตร SEL เป็นที่ต้องการมากขึ้น ความต้องการใช้เครื่องมือที่ช่วยให้ครูผู้สอนและนักเรียนปรับใช้ SEL ได้ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน

สร้างมอนสเตอร์ (แห่งความรู้สึก)

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าสีผิวของคุณเปลี่ยนไปตามอารมณ์ คุณเปล่งประกายเป็นสีเขียวหลังจากที่สอบได้คะแนนเต็ม แต่พอรู้สึกว่ามีหลาย ๆ อย่างถาโถมเข้าใส่ ตัวคุณก็เปลี่ยนเป็นสีส้ม และพอคุณกลัว ตัวก็เปลี่ยนเป็นสีชมพู ถ้าอย่างนั้นแล้วจะทำให้คุณเข้าใจอารมณ์มากขึ้นไหมนะ

ขอแนะนำ Feelings Monster ตัวละครขนฟูในแอปเพื่อการศึกษาที่ชื่อว่า Microsoft Reflect ตัวละครนี้รับหน้าที่เป็นเครื่องมือเช็คอินเพื่อสื่อสารกันระหว่างครูผู้สอนกับนักเรียน โดยแอปนี้สามารถช่วยนักเรียนฝึกเพิ่มความฉลาดทางอารมณ์ได้

แอป Reflect ใช้สี ภาษากาย อิโมจิ และคําจํากัดความ เพื่อมอบจุดเชื่อมต่อสำหรับระบุรูปแบบทางอารมณ์ของบุคคล แอปนี้มีอารมณ์ต่าง ๆ ให้เลือกอย่างละเอียด ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนเริ่มมีคลังศัพท์เกี่ยวกับอารมณ์ที่ครอบคลุมมากขึ้น คุ้นชินกับการระบุอารมณ์ที่ไม่พึงประสงค์มากขึ้น และพัฒนาชุดทักษะในการบรรเทาอารมณ์เหล่านั้น เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการออกแบบ Feelings Monster

Feelings Monster ช่วยให้ครูผู้สอนเห็นภาพรวมแบบเรียลไทม์ว่าจริง ๆ แล้วนักเรียนรู้สึกอย่างไรเทียบกับลักษณะที่นักเรียนแสดงออก

ตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงมหาวิทยาลัย ครูผู้สอนต่างก็รู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลง

ทําให้ความฉลาดทางอารมณ์กลายเป็นเรื่องปกติในโรงเรียนประถม:

“นักเรียนเข้าเรียนและบอกความรู้สึกให้รู้ ซึ่งไม่ต่างอะไรกับเวลาที่เข้าเรียนคณิตศาสตร์เลย”

Melinda Moody วิทยากรด้านการเรียนการสอนแบบดิจิทัลจาก Northwoods Elementary รัฐนอร์ทแคโรไลนา 

 

ทําให้นักเรียนชั้นมัธยมต้นและมัธยมปลายเปิดอกคุยได้ง่ายขึ้น:

“โดยมากแล้วนักเรียนไม่เข้าใจว่าความรู้สึกที่มีอยู่ตอนนี้คืออะไรและจะระบุได้อย่างไร การเชื่อมความรู้สึกเข้ากับมอนสเตอร์เช่นนี้จึงเป็นวิธีที่มีประโยชน์มาก อีกทั้งยังช่วยให้เราเข้าใจ… และรู้ว่าตัวเองอยู่ที่จุดไหนแล้ว”

Erin Holland วิทยากรด้านการเรียนการสอนแบบดิจิทัลจาก Swansboro Middle School รัฐนอร์ทแคโรไลนา

 

นักศึกษามหาวิทยาลัยก็รู้สึกอะไรมากมายเช่นกัน:

“ฉันประหลาดใจที่แอป Reflect สร้างความเปลี่ยนแปลงในหมู่นักศึกษาวัยผู้ใหญ่ได้มากถึงเพียงนี้ เห็นได้ชัดว่าการมีช่องทางเกื้อหนุนให้แชร์อารมณ์ความรู้สึกกับอาจารย์สามารถช่วยเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในชั้นเรียนไปในทางที่ดีได้”

Ivano Eberini รองศาสตราจารย์ด้านชีวเคมีจาก University of Milan

ฉันได้ยินจากครูคนอื่น ๆ มาว่าการใช้มุมมองร่วมกันที่แสดงมอนสเตอร์ทุกตัวในหน้าเดียว ช่วยให้ครูรู้ได้ว่าควรใช้แนวทางไหนในการสอน
Erin Holland
วิทยากรด้านการเรียนการสอนแบบดิจิทัลจาก Onslow County Schools

จินตนาการถึงโลกยุคเจน E: คนเจนใหม่ที่โตมากับการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์

โลกของเราจะเป็นอย่างไรถ้าขับเคลื่อนโดยผู้คนที่โตมากับการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ สังคมจะเป็นอย่างไรหากเปอร์เซ็นต์ของคนที่บ่งชี้อารมณ์ของตัวเองได้มีอัตราเพิ่มขึ้นจาก 36% เป็น 50% หรือกระทั่ง 100%

เราจะทำอย่างไรเพื่อรับมือกับอุปสรรคที่สาหัสรุนแรงที่สุดอย่างวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การกราดยิงในโรงเรียน และสุขภาพจิต

แม้ตอนนี้จะยังไม่มีคําตอบ แต่เราก็สามารถเริ่มจินตนาการถึงสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ จะเป็นอย่างไรเมื่อกลุ่มคนเจเนอเรชันหนึ่งผ่านการฝึกตั้งแต่ยังเล็กโดยเน้นสอนทักษะทางสังคมและความรู้สึก เช่น การตระหนักรู้ในตนเอง การประเมินตนเอง และความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น คงเป็นอนาคตที่ความรู้สึกมีความสำคัญอย่างยิ่งอย่างแน่นอน

ครู ผู้สอน หรือผู้ปกครองสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Microsoft Reflect และ Feelings Monster ได้

รับ Feelings Monster

อารมณ์มีไว้เพื่อแบ่งปัน ดาวน์โหลดชุดสติกเกอร์ Feelings Monster เลย
ดาวน์โหลด
Collage of five Feelings Monsters. Green and Yellow Feelings Monster smiling and holding two balloons. Orange Feelings Monster looking sad holding a broken heart. Green Feelings Monster happy and hugging a green heart. Pink Feelings Monster looking shocked holding a broken crayon. Yellow Feelings Monster shrugging.

แหล่งอ้างอิง

  1. Cowen, Alan S. () Self-report captures 27 distinct categories of emotion bridged by continuous gradients. เอกสารตีพิมพ์ใน National Academy of Sciences (PNAS). ดึงข้อมูลจาก https://www.pnas.org/doi/abs/10.1073/pnas.1702247114
  2. Collaborative for Academic, Social, and Emotional Learning (CASEL). Casel Study. Casel.org. ดึงข้อมูลจาก https://casel.org/about-us/
  3. The Economist, (). Emotion and cognition in the age of AI. The Economist. ดึงข้อมูลจาก https://edudownloads.azureedge.net/msdownloads/emotion_and_cognition_ai.pdf
  4. Bradberry, Travis. (). Are You Emotionally Intelligent? Here’s How to Know for Sure. Inc.com. ดึงข้อมูลจาก https://www.inc.com/travis-bradberry/are-you-emotionally-intelligent-here-s-how-to-know-for-sure.html
  5. Collaborative for Academic, Social, and Emotional Learning (CASEL). Casel Study. Casel.org. ดึงข้อมูลจาก https://casel.org/about-us/
  6. Collaborative for Academic, Social, and Emotional Learning (CASEL). Casel Study. Casel.org. ดึงข้อมูลจาก https://casel.org/about-us/