จังหวะหัวใจของโลกใบนี้
ที่ใจกลางทวีปอเมริกาใต้มีป่าฝนแอมะซอนตั้งอยู่ ป่านี้เป็นองค์ประกอบสําคัญที่ส่งผลต่อความสมดุลของระบบนิเวศของโลก ป่าแอมะซอนมีพื้นที่กว่า 5.5 ล้านตารางกิโลเมตรและครอบคลุมถึง 9 ประเทศ ซึ่งนอกจากจะเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางภูมิศาสตร์แล้ว ป่านี้ยังเป็นตัวบ่งชี้สำคัญที่บอกถึงระดับความสมบูรณ์ของโลกอีกด้วย
ลองนึกภาพผืนผ้าใบสีเขียวอันกว้างใหญ่ที่มีจังหวะหัวใจเต้นไปตามชีวิตมากมาย ที่ซึ่งใบไม้และลําธารทุกแห่งหนต่างมีส่วนร่วมบรรเลงในดนตรีที่ขับกล่อมถึงสภาพภูมิอากาศโลก ป่าแอมะซอนแห่งนี้ไม่ได้เป็นแค่ป่าฝนธรรมดา หากแต่เป็นตัวละครสำคัญในเรื่องเล่าเกี่ยวกับโลกของเรา ป่าทึบและแม่น้ำที่แตกสายไปทั่วทุกทิศของแอมะซอนคือสายใยชีวิตที่เกี่ยวพันกับเหตุการณ์บนโลกนี้ โดยมีอิทธิพลต่อรูปแบบสภาพอากาศและระบบนิเวศในหลากหลายทวีป
ป่าฝนอันกว้างใหญ่แห่งนี้เป็นที่อยู่ของสัตว์ประมาณ 10% ของทุกสายพันธุ์ที่เรารู้จักบนโลก ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ละเอียดอ่อนระหว่างชีวิตมากมาย ตั้งแต่เสือจากัวร์ที่พรางตัวมิดชิดไปจนถึงนกแก้วมาคอร์สีสดใส แต่ละสายพันธุ์ต่างก็มีบทบาทสําคัญในการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ ความสมบูรณ์ของสายพันธุ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความสมบูรณ์ในวงกว้างของโลกเรา และแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงที่ซับซ้อนระหว่างระบบนิเวศในท้องถิ่นกับความเป็นอยู่ที่ดีของสิ่งแวดล้อมทั่วโลก
แต่ตอนนี้ป่าแอมะซอนกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อและกำลังเผชิญหน้ากับอุปสรรคอันยิ่งใหญ่ ข้อมูลล่าสุดจากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (National Space Research Institute หรือ INPE) ของประเทศบราซิล แสดงให้เห็นว่าการตัดไม้ทําลายป่าลดลง โดยการถางป่าแอมะซอนในฝั่งประเทศบราซิลลดลง 66% ในเดือนสิงหาคม 2023 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปี 2022 ถึงแม้ว่าการถางป่าจะลดลงในช่วงปีที่ผ่านมา แต่นับจากต้นทศวรรษ 1970 ป่าแอมะซอนในฝั่งประเทศบราซิลก็สูญเสียพื้นที่ป่าไปแล้วเกือบ 20% นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าการตัดไม้ทําลายป่าอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับความเสื่อมโทรมของป่าและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาจส่งผลให้พื้นที่ป่าฝนขนาดใหญ่เปลี่ยนสภาพไปเป็นระบบนิเวศที่แห้งแล้งเหมือนทุ่งหญ้าสะวันนา ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการกักเก็บคาร์บอน ความหลากหลายทางชีวภาพ รูปแบบปริมาณน้ำฝน และชุมชนท้องถิ่น 1 ดังนั้นการอนุรักษ์ป่าแห่งนี้ไว้จึงเป็นมากกว่าการทะนุบำรุงป่าฝน เพราะยังช่วยคุ้มครองอนาคตของสิ่งแวดล้อมโลกอีกด้วย
ศิลปะของไบโออะคูสติกอยู่ที่การแปลงเสียงของธรรมชาติให้เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
ไบโออะคูสติกและศิลปะการฟังดนตรีประสานเสียงจากธรรมชาติ
ลึกเข้าไปในป่าแอมะซอน มีไมโครโฟนมากมาย (ที่บางครั้งก็มีขนาดเล็กเท่าเม็ดถั่วหรือปุ่มกด) คอยจับเสียงร้อง คําราม และเสียงกรอบแกรบต่าง ๆ ซึ่งเผยให้เห็นถึงความเป็นอยู่ที่เราไม่เคยรู้มาก่อนของเหล่าสัตว์ป่า ยินดีต้อนรับสู่ไบโออะคูสติก ซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์สาขาหนึ่งที่ผสมผสานชีววิทยาเข้ากับอะคูสติก สาขานี้ศึกษาด้วยการวิเคราะห์และตีความเสียงที่เกิดจากสิ่งมีชีวิตและส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต เปลี่ยนเสียงของผืนป่าให้เป็นชุดข้อมูลที่เต็มไปด้วยข้อมูลเชิงลึกทางนิเวศวิทยา
ไมโครโฟนที่กลมกลืนกับธรรมชาติแวดล้อมมากที่สุดเหล่านี้สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงในสาขาไบโออะคูสติกได้ ความสามารถของไมโครโฟนในการเฝ้าสังเกตธรรมชาติอย่างเงียบ ๆ โดยปราศจากการรบกวนช่วยให้เราเก็บบันทึกแก่นแท้ที่สำคัญของป่าได้ในแบบที่ไม่อาจทำได้หากใช้มนุษย์ อุปกรณ์เหล่านี้มีประสิทธิภาพและประหยัดคุ้มค่า จึงช่วยให้สามารถติดตามดูผืนป่าฝนได้อย่างทั่วถึงโดยไม่รบกวนธรรมชาติ Rahul Dodhia รองผู้อํานวยการจาก AI for Good Lab ของ Microsoft กล่าวถึงประสิทธิภาพของไมโครโฟนเหล่านี้ในการบันทึก “ส่วนเล็ก ๆ ที่ละเอียดละออของธรรมชาติ” โดยเน้นย้ำถึงข้อดีของวิธีการสังเกตแบบตั้งรับนี้
ไมโครโฟนเหล่านี้ดักฟังอยู่เสมอ จึงคอยสอดส่องอย่างต่อเนื่องโดยไม่รบกวนพฤติกรรมของสัตว์ ซึ่งต่างจากการใช้มนุษย์ในการเฝ้าสังเกตโดยตรงที่อาจก้าวก่ายธรรมชาติได้ ไมโครโฟนมีรูปแบบการทำงานในแบบตั้งรับที่ช่วยให้มั่นใจว่าแม้แต่สัตว์ที่หลบซ่อนหรือพรางตัวอยู่ก็ไม่อาจหลุดรอดไปได้ เพราะเสียงจะเผยให้รู้ถึงการมาของสัตว์เหล่านี้ ส่วนนี้ของไบโออะคูสติกทำให้เก็บข้อมูลได้แม่นยำขึ้นและช่วยให้นักวิจัยมีเวลาในการวิเคราะห์และทำงานสำคัญอื่น ๆ มากขึ้นโดยปล่อยให้ไมโครโฟนและ AI รับมือกับงานนภาคสนาม การคอยฟังแบบตั้งรับทำให้อุปกรณ์ไบโออะคูสติกเบิกทางสู่การติดตามดูสัตว์ป่าด้วยวิธีใหม่ ช่วยให้มั่นใจว่าจะไม่มีเสียงกระซิบใดของป่าฝนที่ถูกมองข้าม
ไบโออะคูสติกทําหน้าที่เป็นประตูสู่มิติที่ไม่เคยมีใครไปถึงมาก่อน ตั้งแต่เสียงกระซิบแผ่วเบาของแมลงไปจนถึงเสียงร้องก้องกังวานของลิงฮาวเลอร์ แต่ละเสียงเป็นชิ้นส่วนปริศนาที่บอกเล่าถึงระบบนิเวศ วิทยาศาสตร์สาขานี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ฟังเสียงบันทึก หากแต่ยังเน้นทําความเข้าใจคอนเสิร์ตแห่งชีวิต ซึ่งก็คือวิธีที่สัตว์สื่อสาร โต้ตอบ และใช้ชีวิตอยู่ในที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ
การจับคู่เสียงเพื่อระบุสายพันธุ์
AI for Good ประสานงานร่วมกับ Azure Cognitive Services เพื่อมอบอุปกรณ์ที่เหมาะสมให้ทีมนักวิจัยใช้ในการระบุตัวสัตว์บางสายพันธุ์ท่ามกลางเสียงอันหลากหลายในป่าแอมะซอน ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการติดตามดูความหลากหลายทางชีวภาพและเผยให้เห็นถึงปฏิสัมพันธ์ในระบบนิเวศ
นอกจากจะทําแผนที่ภูมิทัศน์ทางอะคูสติกแล้ว ไบโออะคูสติกยังเป็นส่วนสำคัญในการระบุตัวชี้วัดทางชีวภาพ ซึ่งก็คือสัตว์สายพันธุ์ต่าง ๆ ที่เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ Andres Celis นักวิจัยด้าน Artificial Intelligence ของ Microsoft อธิบายถึงความสำคัญนี้ว่า “ไบโออะคูสติกบ่งชี้สายพันธุ์สำคัญต่าง ๆ ที่ช่วยให้เราทราบถึงระดับความสมบูรณ์ของป่า โดยการมีอยู่หรือหายไปของสายพันธุ์สำคัญเหล่านี้จะบ่งบอกถึงสภาพของระบบนิเวศว่ากำลังดีขึ้นหรือถดถอย” ตัวชี้วัดทางชีวภาพเป็นสิ่งสำคัญในการตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม วัดความสมบูรณ์ของแหล่งที่อยู่อาศัย และชี้นำทิศทางในการอนุรักษ์ ตัวชี้วัดทางชีวภาพสามารถชี้ชัดถึงจุดที่ต้องเข้าไปแทรกแซง และติดตามดูความสำเร็จของโครงการฟื้นฟูต่าง ๆ จึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาความสมดุลของระบบนิเวศในป่าแอมะซอน
เมื่อนำเทคโนโลยีขั้นสูงเหล่านี้มาใช้ ไบโออะคูสติกก็สามารถทำสิ่งอื่น ๆ ได้อีกมากมายนอกเหนือจากเผยความเป็นไปที่ซ่อนอยู่ในป่าอะแมซอน ไบโออะคูสติกวางรากฐานให้เราสามารถคิดกลยุทธ์การอนุรักษ์ที่แปลกใหม่ ซึ่งเมื่อมองในมุมของสาขาวิทยาศาสตร์นี้ การปกปักรักษาหนึ่งในระบบนิเวศที่หลากหลายและมีชีวิตชีวาที่สุดในโลกก็เป็นเรื่องของการค้นพบ ความหวัง และนวัตกรรม
Image carousel
บทบาทของ AI ในการบุกเบิกวิถีใหม่ของการอนุรักษ์
เมื่อ AI เข้ามามีบทบาทในไบโออะคูสติกยุคใหม่ ก็เปลี่ยนกระบวนการอนุรักษ์และวิจัยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น AI เป็นผู้ช่วยที่สําคัญสําหรับนักวิทยาศาสตร์ โดยทำหน้าที่กลั่นกรองข้อมูลเพื่อระบุชนิดพันธุ์ของสัตว์ เทคโนโลยีนี้เข้ามารับมือกับงานตรวจสอบข้อมูลในส่วนที่ต้องทำเป็นกิจวัตร จึงช่วยให้นักวิจัยมีเวลาทำการวิเคราะห์เชิงลึกและงานอนุรักษ์ที่สําคัญต่าง ๆ มากขึ้น
Zhongqi Miao หัวหน้านักวิจัยด้านไบโออะคูสติกจาก AI for Good Lab อธิบายเกี่ยวกับความก้าวหน้านี้ว่า “AI แปลงเสียงจากธรรมชาติให้เป็นข้อมูลที่วัดได้ ซึ่งช่วยในการเฝ้าดูจำนวนประชากรสัตว์ป่า และติดตามบันทึกการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระบบนิเวศ” แนวทางปฏิบัตินี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของการทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับสุขภาพของสัตว์ป่า รูปแบบการอพยพ และความซับซ้อนของพฤติกรรม
AI ช่วยให้สามารถตีความข้อมูลได้เร็วขึ้นซึ่งจะส่งผลให้เกิดความเข้าใจในแบบเรียลไทม์ 3
AI และเสียงแห่งนวัตกรรม
Project Guacamaya ใช้ AI ในการระบุเสียงนกและเสียงของสัตว์ที่ไม่ใช่นกในป่าแอมะซอนอย่างแม่นยำสูง โดยทำการวิเคราะห์กว่า 100,000 เสียงและสามารถระบุสายพันธุ์ได้อย่างน่าเชื่อถือถึง 80% ดังนั้น AI จึงช่วยขยายขอบเขตของการติดตามดูระบบนิเวศ ดูแลครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ของป่าแอมะซอนพร้อมกัน และเร่งความเร็วในการวิเคราะห์ข้อมูล งานที่เคยต้องใช้แรงงานคนนานหลายปี ตอนนี้กลับทําได้ในไม่กี่ชั่วโมง
หนึ่งในข้อดีที่น่าสนใจที่สุดของ AI ในสายนี้ คือความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ โดยในระหว่างที่ AI ประมวลผลเสียงมากมายมหาศาลของป่าแอมะซอนอยู่นั้น นักวิจัยและนักอนุรักษ์ก็สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมได้ทันที ช่วยให้เกิดความหวังว่าเราจะสามารถรับมือกับความผันแปรของระบบนิเวศได้ก่อนที่จะสายเกินไป
แต่บทบาทของ AI ในการติดตามดูสัตว์ป่านั้นไม่ได้จบอยู่แค่การสกัดข้อมูล เพราะยังขยายครอบคลุมไปถึงการบันทึกและวิเคราะห์เสียงในแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง AI ทํางานดุจวาทยกรมากทักษะที่ตีความเสียงอันซับซ้อนของป่าแอมะซอนในแบบเรียลไทม์ โดยแยกแยะเสียงเรียกของสัตว์แต่ละตัวท่ามกลางเสียงอื้ออึงของป่า “หู” ที่แหลมคมของ AI รับรู้ได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นในเสียงที่สอดประสานของป่าฝน เช่น เสียงกบร้องคลอกันในรูปแบบที่ผิดปกติ หรือบริเวณที่มักจะคึกคักกลับเงียบผิดปกติ เป็นต้น ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับระบบนิเวศ
แม้มีขนาดเล็ก แต่กบก็ร้องได้ดังมาก โดยบางพันธุ์สามารถร้องได้ดังถึง 80-90 เดซิเบล ซึ่งดังพอ ๆ กับเครื่องตัดหญ้าหรือรถบรรทุกแบบเครื่องยนต์ดีเซลที่วิ่งผ่าน
เป็นที่รู้กันดีว่าจักจั่นเป็นหนึ่งในแมลงที่เสียงดังสุดและมีเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุด หากรูปแบบการร้องของจักจั่นเปลี่ยนแปลงไป ก็อาจเป็นสัญญาณเตือนให้นักวิทยาศาสตร์รู้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในระบบนิเวศ
นกหัวขวานในป่าแอมะซอนเจาะต้นไม้เป็นจังหวะเพื่อสื่อสาร ทําเครื่องหมายอาณาเขต หาคู่ และบอกกล่าวเรื่องต่าง ๆ ให้นกหัวขวานตัวอื่นรู้ นอกจากนี้ยังส่งเสียงร้องเพื่อคุยกันในระยะใกล้
ลิงสื่อสารด้วยเสียงต่าง ๆ ตั้งแต่เสียงเรียกที่ดังก้องทั่วแหล่งที่อยู่อาศัย ไปจนเสียงคุยที่นุ่มนวลและใกล้ชิด การเปล่งเสียงเหล่านี้เป็นส่วนสําคัญของการแสดงอารมณ์ การส่งสัญญาณอันตราย และการเข้าสังคม
AI และความร่วมมือเพื่อโลกใบนี้
บทบาทของ AI ในไบโออะคูสติกส่งผลให้เกิดการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด โดยสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ขยายจากห้องปฏิบัติการไปสู่โลกกว้างด้วยการช่วยเหลือชุมชนและระบบนิเวศ การเปลี่ยนไปใช้โมเดล AI แบบโอเพนซอร์สชี้ให้เห็นถึงความตั้งใจทำงานร่วมกันในวงการอนุรักษ์ โดยเปิดให้คนในพื้นที่สำคัญอย่างป่าแอมะซอนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงได้ แนวทางปฏิบัติข้ามชาติที่มีเทคโนโลยีของ Microsoft คอยสนับสนุนนี้ช่วยส่งเสริมนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยทั่วโลก โดยรวมทุกคนให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเพื่อปกป้องมรดกทางธรรมชาติของเรา
การสนับสนุนของ Microsoft ที่มอบโมเดล AI แบบปรับและขยายได้ช่วยให้นักวิจัยในหลากหลายประเทศอย่างประเทศเอกวาดอร์และเปรู มีอุปกรณ์ที่ดีขึ้นในการรับมือกับอุปสรรคในการอนุรักษ์ธรรมชาติ 2 ความร่วมมือนี้ช่วยส่งเสริมการปกปักรักษาป่าแอมะซอน โดยปรับกลยุทธ์การอนุรักษ์ที่หลากหลายให้สอดคล้องกับภัยคุกคามของระบบนิเวศ
ในไบโออะคูสติก AI เป็นมากกว่าแค่เครื่องมือทางเทคนิค เพราะช่วยให้เราสามารถเข้าใจและทำอะไรได้มากขึ้น AI เปลี่ยนข้อมูลทางนิเวศที่ซับซ้อนให้เป็นข้อมูลเชิงลึกที่สาธารณชนเข้าใจได้ ซึ่งส่งเสริมให้เกิดการตระหนักรู้และสนับสนุนการอนุรักษ์ป่าแอมะซอน เทคโนโลยีไม่ได้ประมวลผลข้อมูลเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังดึงดูดทุกคนให้มาร่วมอนุรักษ์ โดยเน้นย้ำถึงบทบาทสําคัญของป่าแอมะซอนต่อสภาพแวดล้อมโลก
ประสาน AI เข้ากับเสียงกังวานของป่าแอมะซอน
ในอนาคต ป่าฝนแอมะซอนจะกลายเป็นหัวข้อให้นักวิจัยและ AI ถกกันจนนำไปสู่การค้นพบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ลองนึกภาพโลกที่เราสามารถโต้ตอบกับ AI แล้วได้ทราบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเสียงประสานที่ซับซ้อนในป่าฝนดูสิ นักวิจัยอาจจะถามเกี่ยวกับเสียงร้องของนกสายพันธุ์หนึ่ง แล้วก็ได้ข้อมูลอย่างละเอียด พฤติกรรม และความสำคัญต่อระบบนิเวศของสายพันธุ์ดังกล่าวในทันที นี่ไม่ใช่นิยายวิทยาศาสตร์ หากแต่เป็นวิสัยทัศน์ที่ทีม AI For Good วางไว้ ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ถึงการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดในสายการวิจัยไบโออะคูสติก
บทบาทของ Generative AI และโมเดลภาษาขั้นสูงในการแง่มุมนี้สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง โดยตั้งเป้าที่จะยกระดับความเข้าใจเกี่ยวกับเสียงของธรรมชาติ ซึ่งจะนำไปสู่วิธีใหม่ ๆ ในการตีความและโต้ตอบกับภาษาของป่า
วิทยาศาสตร์พลเมือง
ศาสตร์ของไบโออะคูสติกขยายไปถึงวิทยาศาสตร์พลเมืองที่ซึ่งเทคโนโลยีเข้ามาเชื่อมช่องว่างระหว่างชีวิตประจําวันและการดูแลสิ่งแวดล้อม ทุกคนรอบโลกสามารถใช้สมาร์ทโฟนกับ AI เช่น โปรแกรม AI for Earth ของ Microsoft ที่มีโครงการริเริ่มต่าง ๆ อย่าง Wild Me เพื่อมีส่วนร่วมในการติดตามดูระบบนิเวศได้ โดยงานง่าย ๆ อย่างการบันทึกเสียงนกขณะเดินเล่น ก็สามารถป้อนเข้าสู่ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่นักวิทยาศาสตร์ใช้ในการวิจัย ความพยายามที่ขับเคลื่อนโดยประชาชนทั่วไปและมีเทคโนโลยีของ Microsoft คอยสนับสนุนนี้จะช่วยส่งเสริมการติดตามดูรูปแบบการใช้ชีวิตของสัตว์ป่าและตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม โดยเปิดให้ทุกคนได้เป็นผู้มีส่วนร่วมคนสำคัญในการอนุรักษ์ทั่วโลก
เมื่อมองไปข้างหน้า นอกจากจะเป็นแรงบันดาลใจที่ดีแล้ว การประสานกำลังกันระหว่าง AI กับโลกธรรมชาติของเรายังเป็นก้าวสําคัญสู่อนาคตที่ยั่งยืน การมองว่าเทคโนโลยีจะกลายมาเป็นพันธมิตรกับธรรมชาติ ทำให้เราตระหนักว่าทุกความร่วมมือล้วนมีส่วนช่วยในการปกป้องและทําความเข้าใจโลกใบนี้ ทุกเสียงเป็นส่วนหนึ่งของท่วงทํานองเพลง ตั้งแต่แมลงที่เล็กจิ๋วในป่าแอมะซอนไปจนถึงชุมชนนักวิทยาศาสตร์พลเมืองทั่วโลก
ในจังหวะดนตรีของป่าฝน มีท่วงทํานองประสานเสียงดังขึ้นมาเพรียกหาเราว่าให้ฟัง เรียนรู้ และลงมือทํา นี่ไม่ใช่แค่การอนุรักษ์ หากแต่เป็นการเดินทางร่วมกันเพื่อปกปักรักษาดวงดาวที่ไม่ธรรมดาแห่งนี้ที่เราเรียกว่าบ้าน ที่ซึ่งเทคโนโลยีและธรรมชาติผสมผสานกัน
แหล่งอ้างอิง
- Mongabay. (2023, สิงหาคม). Deforestation in the Amazon rainforest continues to plunge. ดึงข้อมูลจาก https://news.mongabay.com/2023/09/deforestation-in-the-amazon-rainforest-continues-to-plunge/
- Microsoft News. (n.d.). AI may hold a key to the preservation of the Amazon rainforest. ดึงข้อมูลจาก https://news.microsoft.com/source/latam/features/ai/amazon-ai-rainforest-deforestation/?lang=en
- Dodhia, R. (2024). AI for Good: Pursuit of Scientific Knowledge. In AI for Social Good: Using Artificial Intelligence to Save the World (ตีพิมพ์ครั้งที่ 1, หน้าที่ 121). Wiley
เสียงสัตว์ที่ใช้ในโปรแกรมเล่นเสียงแบบโต้ตอบได้ในบทความนี้ ได้รับอนุญาตให้ใช้จากแหล่งที่มาของบุคคลที่สาม และใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการสาธิตเท่านั้น ไฟล์เสียงมีไว้เพื่อจำลองและแสดงภาพการจับเสียงจากไบโออะคูสติก
ค้นหาคําตอบเกี่ยวกับการอนุรักษ์ป่าฝน
Trevor และ Juan Lavista Ferres รองประธานและหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ข้อมูลจาก AI for Good Lab ของ Microsoft มาร่วมพูดคุยว่า AI ช่วยเหลือผู้เชี่ยวชาญอย่างไรในการระบุเสียงต่าง ๆ ของป่าฝนเพื่อให้เข้าใจการเปลี่ยนแปลงในระบบนิเวศของเราได้ดีขึ้น Project Guacamaya ใช้ AI เพื่อวิเคราะห์กว่า 100,000 ความถี่ภายในป่าแอมะซอนเพื่อระบุสายพันธุ์สัตว์และติดตามดูระบบนิเวศ การอนุรักษ์ป่าฝนแอมะซอนจะช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อมโลกของเรา